ทุ่งข้าวเขียวขจีที่บางบาล “สีเขียว” ของทุ่งข้าวที่ถูกลมพัดพลิ้วเป็นระลอก มองเห็นแล้วสดชื่น นาข้าวของบางบาลช่างอุดมนัก ในช่วงต้นฤดูหว่านไถ เรายังเห็นภาพของการช่วยกันลงแขก ทั้งนาปีนาปรัง พอข้าวเริ่มตั้งตัวได้ชูใบเขียวสด ชาวนาก็จะพากันออกมาหว่านปุ๋ย ปัดเป่าแมลงไม่ให้มารบกวนเกิดความผูกพันระหว่างผู้คน ผืนนา ต้นข้าวและสายน้ำที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตให้สืบสานสืบเนื่องต่อไป
ถ้าพูดถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คนส่วนใหญ่อาจนึกถึงภาพลักษณ์ความงามของเมืองโบราณมรดกโลก ซึ่งบ่งบอกถึงความเรืองรุ่งของไทยในอดีต แต่ถ้าจะไปเที่ยวอยุธยาเพื่อชมเพียงเท่านั้นก็น่าเสียดาย เพราะที่นี่ยังมีอีกหลายแง่มุมให้สัมผัส เพียงเดินทางออกจากเขตเกาะเมือง มุ่งหน้าสู่ท้องทุ่งเขียวขจีของอำเภอบางบาล ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 10 กิโลเมตรคุณก็อาจถูกวิถีไทยอันเนิบช้า เรียบง่าย งดงาม กลืนเข้าสู่อดีตได้ไม่ยาก อนุรักษ์วิถีกระบี่กระบองโดยลูกหลานชาวบางบาล ลองเดินเข้าไปเที่ยวสวนของชาวบ้านมองเห็นกล้วยเครืองามกำลังใกล้สุกได้ที่เตรียมตัดขายได้ ส่วนใบตองก็มีประโยชน์สารพัดโดยเฉพาะการนำมาห่อขนมแบบไทยๆ หัวปลีกล้วยก็นำมาจิ้มกินกับน้ำพริก และที่สำคัญแกนในของต้นกล้วยหรือหยวกกล้วย ก็ยังนำมาแกงกินได้อย่างเอร็ดอร่อย การปลูกกล้วยไว้ข้างบ้าน จึงมีคุณอนันต์ บางครั้งถ้าแอบซุ่มเงียบๆ อยู่ในสวนกล้วย เรายังเห็นนกปลีกล้วยที่มีปากยาวโค้ง แอบบินมากินน้ำหวานจากดอกปลีกล้วย พร้อมกับร้องจิ๊บๆ น่ารักดีแท้ ใกล้ๆ กับทุ่งข้าวและสวนกล้วยผืนใหญ่คือบ้านไม้เรือนไทยโบราณสไตล์ยกพื้นสูง ซึ่งคนบางบาลยังอนุรักษ์ไว้นับร้อยหลัง แม้ส่วนหนึ่งจะผ่านการปรับปรุงจนแลครึ่งใหม่ครึ่งเก่าแต่ก็ยังมีหลายหลังแสดงอัตลักษณ์ของเรือนไทยภาคกลางแท้ๆ ให้เห็นอย่างแจ่มชัดโดยยกเสาสูงหนีน้ำท่วม ความสูงของเสาเรือนตัวเรือน และจั่วหลังคา เป็นสัดส่วนคำนวณให้สัมพันธ์กับตัวเลขเวลาเกิด เวลาตกฟากของเจ้าของเรือนตามคติไทยโบราณ เพื่อความเป็นสิริมงคล งานเผาอิฐมอญบางบาลอันขึ้นชื่อในเรื่องความแข็งแรง ใช้งานดี ทนทาน ไม่หักแตกง่ายอาจเพราะภูมิปัญญานี้สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ตั้งแต่การคัดดินท้องนาที่เหมาะสมนำมานวด ขึ้นรูป แล้วเผา ขายกันราคาประมาณก้อนละ 35 สตางค์ ในโรงอิฐแต่ละแห่งเรายังเห็นความรักของครอบครัว พ่อ แม่ลูก หลาน ปู่ ย่า ตา ยาย ลงแรงช่วยกัน อิฐมอญเหล่านี้ส่งขายไปทั่วประเทศไทย ถ้าไม่มีคุณภาพดีจริง คงมาไม่ถึงวันนี้ ต้องขอบคุณภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษชาวมอญตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งถูกกวาดต้อนเทครัวมาจากฝั่งพม่ารามัญ โดยชาวมอญนี้เองที่มีสายเลือดเป็นช่างฝีมือ และสร้างงานสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ในพม่าขึ้นมาให้เป็นสมบัติของโลกจวบจนทุกวันนี้ บางบาลเป็นถิ่นลุ่มชุ่มน้ำ มีลำคลองบางบาลเชื่อมแม่น้ำน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าหากัน แม้ปัจจุบันผู้คนจะไม่ค่อยใช้แม่น้ำลำคลองเป็นเส้นทางสัญจรกันแล้ว แต่เมื่อได้มีโอกาสลองล่องเรือเที่ยว สิ่งที่ยังเห็นไม่เคยเปลี่ยน คือลำคลองบางบาลยังใสสะอาด คนยังตักน้ำไปต้มดื่มกิน ใช้อาบ ซักล้าง ใช้รดพืชผลทำกระชังเลี้ยงปลาทับทิมได้ คนหาปลายังแวะเวียนมาวางลอบ วางอวน เหวี่ยงแห และตกกุ้งอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในแบบประมงพื้นบ้านที่กินอยู่อย่างพอเพียง จับเท่าที่ต้องการ แล้วปล่อยให้ส่วนที่เหลือเติบโตสำหรับเป็นคลังทรัพยากรธรรมชาติในอนาคต แม้วันนี้สายน้ำจะตื้นขึ้นและแคบกว่าอดีต ทว่าสองฟากคลองทั่วทั้งคุ้งแควคลองยังมีแนวไม้รกเรื้อร่มครึ้มปรากฏกอหญ้า กอกก พงต้นแขม ต้นอ้อ และกอไผ่ใหญ่เอนไหวเสียดสีกันดังเกรียวกราวพลิ้วตามกระแสลม ยามเย็นยังมีนกกาเหว่ามาร้องเพลงก้องกังวาลประกาศถิ่นอาศัย เหมาะในการหย่อนกายคลายอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ริมสองฝั่งคลองยังเต็มไปด้วยวัดสำคัญของท้องถิ่น ทั้งวัดเก้าห้อง วัดปราสาท และวัดบุญกันนาวาส สมัยก่อนไม่มีถนน ผู้คนพายเรือมาวัด หน้าวัดจึงหันเข้าหาน้ำ และมีศาลาไม้เก่าๆ ปรากฏอยู่ทั่วไป ทว่าทุกวันนี้ผู้คนใช้ถนนมากกว่าลำคลอง จิตวิญญาณไทยอีกอย่างหนึ่งที่เราสัมผัสได้ที่นี่ ก็คือความอร่อยของขนมไทยโบราณ ซึ่งกลุ่มแม่บ้านพยายามสืบสานไว้ไม่ให้สูญหายทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุนมะพร้าวแก้ว ฯลฯ ทั้งคนอยุธยาเองและจังหวัดใกล้เคียงยังนิยมมาสั่งขนมที่นี่ไปขาย หรือเลี้ยงกันในงานพิธีท้องถิ่น ทั้งงานบวช งานแต่งงานขึ้นบ้านใหม่ มีขนมไทยไทรน้อย บางบาลไว้กินกันก็สุขเน้นไปที่ทองหยิบ ทองหยอดฝอยทอง มะพร้าวแก้ว ฯลฯ อิ่มท้องแล้วถ้าจะให้อิ่มใจ ลองติดต่อชาวบ้านให้จัดแสดงรำไทยภาคกลาง รวมทั้งมวย กระบี่กระบอง ของเหล่าเยาวชน ชมความตั้งใจจริงของพวกเขาเห็นแล้วคนเมืองอย่างเราอาจฉุกคิดได้ว่า คำว่า“ไทย” แท้จริงไม่ใช่เป็นเพียงคำคำหนึ่งที่พูดกันลอยๆ แต่ต้องปฏิบัติจริงให้อยู่ในวิถีชีวิตด้วยจึงจะเรียกว่าเราเป็น “คนไทย” อย่างแท้จริง How to go 
จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 1 ชั่วโมงครึ่ง รถสาธารณะจะไปจอดที่ตลาดเจ้าพรม ในอำเภอเมืองอยุธยา จากนั้นต่อรถสองแถวสีฟ้าไปอำเภอบางบาล จอดอยู่ที่หน้าเทศบาลพระนครศรีอยุธยา เป็นสายพระนครศรีอยุธยา-วัดท่าสุทธาวาส-ตลาดเจ้าพรม ค่ารถคนละ 15 บาท 
รถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน)ผ่านดอนเมือง-นวนคร-ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 32 ตรงเข้าสู่อยุธยาได้เลย มีป้ายบอกชัดเจน ส่วนทางไปอำเภอบางบาล ห่างจากตัวเมืองอยุธยาอีก10 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 347, 3412 เลียบคลองชลประทาน ทางไปวัดบุญกันนาวาส 
รถโดยสารประจำทาง ขึ้นได้ที่สถานีขนส่งหมอชิตใหม่ โทร. 0-2936-2852-4 รถตู้ รวดเร็ว แต่ค่อนข้างแคบ และไม่มีที่วางกระเป๋า! ขึ้นได้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จอดอยู่ตรงข้ามห้างสรรพสินค้า Fashion Mall มีบริการเวลา 05.00-19.00 น. ค่ารถคนละ 60 บาท ออกเมื่อรถเต็ม Where to stay บางบาลมีที่พักแห่งเดียว คือ โฮมสเตย์บ้านทรงไทยโบราณ ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มน้ำดื่มเทพนาคา โทร. 0-3588-4605, 08-1946-5457, 08-1851-4067 อีเมล prateep78@gmail.com ที่นี่บริการนำชมชุมชนวิถีเกษตร ล่องเรือคลองบางบาล-แม่น้ำเจ้าพระยา และมีการแสดงพื้นบ้านไทยให้ชมด้วย สำหรับการพักในตัวเมืองอยุธยาไม่แนะนำ เพราะเดินทางไปกลับอำเภอบางบาลค่อนข้างไกล จะเสียเวลาโดยใช่เหตุ 
What to eat ถ้าพักโฮมสเตย์กับชาวบ้านก็มีอาหารจัดให้พร้อม เพราะแถวบางบาลไม่มีร้านอาหาร 
Souvenirs ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน เช่น ทองหยอด ฝอยทองมะพร้าวแก้ว กล้วยตาก และไข่เค็ม Information ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โทร. 0-3524-6076-7
Board: Travel
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

ทุ่งข้าวเขียวขจีที่บางบาล

"“สีเขียว” ของทุ่งข้าวที่ถูกลมพัดพลิ้วเป็นระลอก มองเห็นแล้วสดชื่น นาข้าวของบางบาลช่างอุดมนัก ในช่วงต้นฤดูหว่านไถ เรายังเห็นภาพของการช่วยกันลงแขก ทั้งนาปีนาปรัง พอข้าวเริ่มตั้งตัวได้ชูใบเขียวสด ชาวนาก็จะพากันออกมาหว่านปุ๋ย ปัดเป่าแมลงไม่ให้มารบกวนเกิดความผูกพันระหว่างผู้คน ผืนนา ต้นข้าวและสายน้ำที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตให้สืบสานสืบเนื่องต่อไป"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT