ทัวร์ไร้เสียง ผมยังจำภาพนั้นได้สนิทใจ แม้มันจะเกิดขึ้นมาเป็นสิบปีแล้ว ตอนนั้นผมนั่งอยู่บนรถเมล์ซึ่งกำลังจอดป้ายอยู่แถววงเวียนใหญ่ ฝั่งธนบุรี ครู่หนึ่งก็มีเด็กนักเรียนชายตัวเล็ก ๆ ค่อย ๆ ย่องขึ้นมานั่งข้างกับผม แล้วก็เอื้อมสองมือไปปิดตาเด็กนักเรียนอีกคนซึ่งนั่งเก้าอี้แถวหน้าอยู่ก่อน
  ปกติเวลาใครมาปิดตาเรา เราก็คงต้องร้องทายออกไปว่า “ไอ้เปี๊ยก ใช่มั้ย ?” “ไอ้ปื๊ดใช่เปล่า ?” แต่เจ้าเด็กคนที่โดนปิดตากลับไม่พูดอะไรออกมา แต่ยกมือทั้งสองขึ้นมาแล้วขยับมือขยับนิ้ว ทำท่าเป็นสัญลักษณ์อยู่ ๒ -๓ ที
  ไอ้เจ้าคนปิดตาทำหน้าตาดีใจเป็นที่สุด ทำนองว่าเพื่อนทายไม่ถูกแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา กลับเอามือที่ปิดตาส่ายไปส่ายมาบอกว่าไม่ใช่เอาใหม่โว้ยเพื่อน
  เหตุการณ์เป็นแบบนี้ ๒ -๓ ครั้ง จนทายชื่อกันถูก พอเปิดมือที่ปิดตาออกมา ทั้งสองก็มีสีหน้าท่าทางเอ็นจอย แฮปปี้ดีใจกันสุด ๆ แต่ไม่มีเสียงหัวเราะดีใจดังลั่นเอิ้กอ้าก นอกจากเสียงถูกใจที่เล็ดลอดออกมาบ้างเท่านั้นแล้วทั้งสองก็ทำสัญลักษณ์มือโต้ตอบกันไปจนสุดปลายทาง 
  ใครเจอภาพไร้เสียงแบบนี้แล้วคงต้องบอกว่า...“น่ารักจุงเบย”
คุณผู้อ่านเคยเห็นวงเหล้าคนหูหนวกไหมครับ ? ถ้าใครเคยไปอยู่ใกล้ ๆ วงเหล้าคนหูหนวกแล้ว คงรู้ว่าไม่เหมือนเรื่องบนรถเมล์นะครับ
  แต่กลับ “วุ่นวาย” เหมือนวงเหล้าคนทั่วไปแหละครับ ต่างกันที่คนทั่วไปเมาแล้วจะส่งเสียงดังโวยวาย โหวกเหวก แต่สำหรับคนหูหนวกเมาเหล้าแล้ว มือไม้ของคนทั้งวงจะเคลื่อนไหว วุ่นวาย ดูแล้ว “เวียนหัว” พอ ๆ กับวงเหล้าคนทั่วไปที่ “เวียนหู” 
  ขณะที่ผมเขียนต้นฉบับอยู่นี้ ผมดูทีวีไปด้วย ผมจึงทดลองปิดเสียงทีวี 
  ดีเหมือนกันนะครับ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ เช่น ดูฟุตบอลเราก็ไม่ต้องฟังเสียงบอกว่าเตะลูกไปแล้ว โยนลูกไปแล้ว ส่งลูกออกปีกไปแล้วลูกออกหลังไปแล้ว... ก็เห็น ๆ อยู่ ไม่รู้จะบอกทำไม
  ดูละครแบบเงียบ ๆ ก็ดีครับ ได้ฝึกสมองว่า คนนั้นสื่อสารอะไรกับคนนี้ คนนี้จะสื่อสารอะไรกับคนโน้น หรือแม้แต่ได้จินตนาการนอกเรื่องไปอีกก็ได้นะครับ
  พอได้ดูได้มองอะไร ๆ แบบเงียบ ๆ แล้ว เท่าที่ผมลองสังเกตตัวเอง เมื่อเราอยู่กับความเงียบนาน ๆ เข้า เราจะได้ยินอะไร ๆ ที่เราไม่เคยได้ยิน 
    ประการแรก เราจะได้ยินสรรพเสียงต่าง ๆ ชัดเจนขึ้น อย่างตอนนี้ผมปิดเสียงทีวี ปิดประตูหน้าต่างบ้าน ผมจะได้ยินเสียงครางของตู้เย็น ได้ยินเสียงของหลอดไฟนีออน ได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง ความเงียบคือเสียงอย่างหนึ่งที่มนุษย์ไม่เคยหยุดฟัง หากเราหยุดฟังแล้ว เราจะได้ยินเสียงเล็ก ๆ ที่สะท้อนออกมาจากจิตใจของเราเองได้อย่างชัดเจน เสียงภายในตัวเราเองที่ไม่เหมือนใคร
  ผมเคยไปทัวร์ที่ออสเตรเลีย เขาพาไปเที่ยวถ้ำธรรมชาติที่ไม่มีการประดับไฟฟ้าแสงสว่างทั้งสิ้น แถมพาไปตอนกลางคืน แค่นั้นยังไม่พอพอเข้าไปในถ้ำแล้ว เขาก็ให้ทุกคนปิดไฟฉายให้หมดทุกคน และให้ทุกคนเงียบ !
  ลองนึกภาพดูนะครับ สภาพที่มองไม่เห็นอะไร ไม่ได้ยินเสียงอะไร !!! 
  ณ เวลานั้น เรากลับได้ยินเสียงจิตใจตัวเอง !!! 
  นักวิทยาศาสตร์เคยทดลองความสามารถระหว่างจิตสำนึกกับจิตไร้สำนึก แล้วพบสิ่งที่ประหลาดล้ำว่า จิตไร้สำนึกมีพลังงานมากกว่าจิตสำนึกถึง ๒๐๐,๐๐๐ เท่า มันรู้จักตัวเรามากกว่าตัวเราเสมอ อยู่ที่ว่าจะแบ่งปันให้เรารู้จักเท่าไหร่ แค่นั้นเอง คุณผู้อ่านที่เป็นผู้ชายเคยสังเกตตัวเองไหมครับ เวลาเราขับรถแล้วกำลังหาทางไปยังสถานที่ที่นัดเอาไว้ แล้วหาถนนไม่เจอ หาซอยไม่เจอ
  ทำไมเราต้องปิดวิทยุ หรือหรี่เสียงวิทยุด้วย ตอนสอดส่ายสายตาขับรถ 
  เคยสังเกต หรือเป็นไหมครับ ? ทั้ง ๆ ที่เสียงก็ไม่เกี่ยวกับการมองหาทาง หาซอย หาป้ายซักกะหน่อย
  ผู้รู้อธิบายว่า จิตไร้สำนึกมันฝังหัวผู้ชายมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ตั้งแต่ยังออกป่าล่าสัตว์ ซึ่งต้องพรางตัว ค่อยๆ ย่อง ใช้ความเงียบ ใช้สมาธิเพื่อไปจับสัตว์มาเป็นอาหาร
  และก็ยังฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกมาจนถึง ณ บัดนี้
  แถมยังฝังเพิ่มเข้าไปอีกในสมัยปัจจุบัน เช่น ต้องย่อง ๆ ตอนแอบเข้าบ้านช่วงตีสอง ตีสาม
  และคุณผู้หญิงก็รู้จุดอ่อนว่าคุณผู้ชายให้ความสำคัญกับเสียง เวลาจับได้คาหนังคาเขา... ผู้หญิงเลยบิดหู ดึงหูผู้ชาย นัยว่าเพื่อทำลายความสามารถของจิตไร้สำนึก
  อันนี้สงสัยเป็นมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์เหมือนกัน 
  อ่านจบแล้ว ออกท่องเที่ยวครั้งต่อไป ลองปิดหูปิดเสียงดูบ้างนะครับ ลองดูซิว่าจะได้ยิน...เสียงแห่งความเงียบหรือไม่ ? 
  เชื่อหรือไม่เชื่อต้องลองดู
(1)
Share
osotho
Keep by osotho
3132
FOLLOWER

ทัวร์ไร้เสียง

"ผมยังจำภาพนั้นได้สนิทใจ แม้มันจะเกิดขึ้นมาเป็นสิบปีแล้ว ตอนนั้นผมนั่งอยู่บนรถเมล์ซึ่งกำลังจอดป้ายอยู่แถววงเวียนใหญ่ ฝั่งธนบุรี ครู่หนึ่งก็มีเด็กนักเรียนชายตัวเล็ก ๆ ค่อย ๆ ย่องขึ้นมานั่งข้างกับผม แล้วก็เอื้อมสองมือไปปิดตาเด็กนักเรียนอีกคนซึ่งนั่งเก้าอี้แถวหน้าอยู่ก่อน
ปกติเวลาใครมาปิดตาเรา เราก็คงต้องร้องทายออกไปว่า “ไอ้เปี๊ยก ใช่มั้ย ?” “ไอ้ปื๊ดใช่เปล่า ?” แต่เจ้าเด็กคนที่โดนปิดตากลับไม่พูดอะไรออกมา แต่ยกมือทั้งสองขึ้นมาแล้วขยับมือขยับนิ้ว ทำท่าเป็นสัญลักษณ์อยู่ ๒ -๓ ที
ไอ้เจ้าคนปิดตาทำหน้าตาดีใจเป็นที่สุด ทำนองว่าเพื่อนทายไม่ถูกแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา กลับเอามือที่ปิดตาส่ายไปส่ายมาบอกว่าไม่ใช่เอาใหม่โว้ยเพื่อน
เหตุการณ์เป็นแบบนี้ ๒ -๓ ครั้ง จนทายชื่อกันถูก พอเปิดมือที่ปิดตาออกมา ทั้งสองก็มีสีหน้าท่าทางเอ็นจอย แฮปปี้ดีใจกันสุด ๆ แต่ไม่มีเสียงหัวเราะดีใจดังลั่นเอิ้กอ้าก นอกจากเสียงถูกใจที่เล็ดลอดออกมาบ้างเท่านั้นแล้วทั้งสองก็ทำสัญลักษณ์มือโต้ตอบกันไปจนสุดปลายทาง
ใครเจอภาพไร้เสียงแบบนี้แล้วคงต้องบอกว่า...“น่ารักจุงเบย” "
1 KEEP
osotho
1 LOVES
tleaha
COMMENT