ถนนสาย Haight ทำให้เสน่ห์อันสุด บรรเจิดของนครซานฟรานซิสโกเปล่งประกาย จนแทบลืมไปเลยว่าเรากำลังยืนอยู่ในประเทศ มหาอำนาจที่เต็มไปด้วยการก่ออาชญากรรม รุนแรง และกฎระเบียบมากมายทางกฎหมายที่ ใช้บังคับควบคุมผู้คนจากหลากหลายชาติพันธุ์ ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ ซึ่งก็หมายรวมถึง อดีตของตัวผมเองและคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ อาศัยอยู่ ณ ดินแดนแห่งนี้ ผลไม้สดหลากสีสันและไวน์แดงชั้นเลิศ อันเป็นสินค้าที่แสดงให้เห็นถึงความอุดม สมบูรณ์ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ร้านอาหาร สารพัดชาติ ตั้งแต่อเมริกัน เม็กซิกัน ฝรั่งเศส อิตาเลียน อียิปต์ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น ไทย ฯลฯ คลาคล่ำอยู่บนถนนสายอินดี้แห่งนี้ พร้อมจะให้ นักท่องเที่ยวได้เลือกหารสชาติอันถูกปากที่สุด ของตนเอง ร้านเสื้อผ้าเครื่องประดับในสไตล์ เด็กแนว ซึ่งจะหาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกแล้วใน ประเทศสหรัฐอเมริกา ถ้าไม่นับรวมในมหานคร นิวยอร์ก เพราะแนวสุดขีด ได้ใจหนุ่มสาวทุก Generation จริงๆ
นครซานฟรานซิสโก คือเมืองใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่ง มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะการเป็นเมืองเปิดเสรีของเพศที่ 3 ที่ใหญ่ที่สุด ในโลก รวมทั้งการเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของประเทศ ซึ่งงดงามและโรแมนติก เกินจะเปรียบ จนทำให้ผู้ที่เคยมาเยือนรู้สึกว่าต้องกลับไปอีก ไม่ว่าจะสักกี่ครั้ง ก็ตาม...แล้วการเดินทางกลับสู่ดินแดนแห่งสายรุ้งของผม ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เสร็จสิ้นบทบันทึกแรก ณ ดินแดนแห่งสายรุ้งบนถนนสายเฮจท์ ในย่านเฮจท์ ผมใช้บริการรถเมล์สาย 71 เริ่มต้นจากย่าน Sunset หรือแหล่งชุมชนชาวเอเชียอันเงียบสงบทาง ทิศตะวันตกสุดของเมือง ใกล้ๆ กับถนนมาร์เก็ต ตรงย่านใจกลางเมือง (Down Town) ยังมีอีกหนึ่งสีสันแห่งสายรุ้ง ซึ่งไม่เคยเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย มาก่อน แต่กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว สำคัญที่สุดของชาวญี่ปุ่น และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ สนใจในวัฒนธรรมแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย นั่นก็คือ เจแปนทาวน์ (Japan Town) หรือ ชุมชนชาวญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกา ...ด้วยเสน่ห์ของสถานที่อันมีเอกลักษณ์ เฉพาะตัว ผมจึงขอรำลึกความหลังด้วยการเดิน เล่นไปรอบๆ อาคารทรงโมเดิร์นที่ตั้งตระหง่าน อยู่บนเนินเขาอันงดงามเหมือนกับจะบอกกับเรา ว่า “ญี่ปุ่น” ยังคงเป็นชาติพันธุ์ที่เปี่ยมวัฒนธรรม เสมอ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ ณ แห่งหนใดในโลก ก็ตาม หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารมื้อค่ำด้วยซูชิ กับซาชิมิรสเลิศในร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศ สบายๆ ผมขอใช้เวลาส่วนตัวไปกับร้านหนังสือ การ์ตูนญี่ปุ่นและร้านขายสินค้าในสไตล์อาโนเนะ ก่อนจะเหลือบไปเห็นกลุ่มเด็กหนุ่มสาวนักเรียน นอกชาวญี่ปุ่นกำลังเดินเล่นชิลเอาต์กันอยู่ ช่างเป็นภาพที่ดูขัดแย้ง แต่ทว่าลงตัวเหลือเกิน กับการมาเดินอยู่ในดินแดนโรแมนติกของชาว ตะวันตก รถส่วนตัวขับเคลื่อนแต่เช้าตรู่พาผม ข้ามทะเลไปยังย่านชุมชนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง อันเป็นสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ (The University of California : Berkeley) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่ามีชื่อเสียงที่สุด และสอบเข้าได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ สหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว แต่จุดหมายที่แท้จริง ของผมกลับไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด เพราะมันคือย่านช็อปปิ้งสุดเท่ของเด็กแนว ซึ่ง ตั้งอยู่บนถนนหน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยที่ถูก ขนานนามว่า ถนนสายโทรเลข หรือถนนสาย เทเลกราฟ (Telegraph Avenue) นั่นเอง Telegraph Ave. คือ อีกหนึ่งสีสันแห่ง สายรุ้งที่ดึงดูดเด็กวัยรุ่นหน้าตาดีมีการศึกษาสูง ในเขตเมืองโอ๊คแลนด์อันเป็นที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ บนถนนสายนี้ทอดตัวยาว ร่วมกิโลเมตรบนเนินเขาอันสูงชันลาดลงสู่ ท้องทะเลสีฟ้าครามแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกยัง เบื้องล่างได้อย่างงดงามยิ่ง แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้เดกวัยรุ่นในย่านนั้นและนักท่องเที่ยววัยรุ่น จากฝั่งเมืองซานฟรานซิสโกมักนิยมมาเดินเล่นที่นี่ ก็เพราะว่า พวกเขาสามารถเลือกซื้อสินค้าราคาถูก ได้อย่างหนำใจ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้ามือหนึ่ง มือสอง เครื่องประดับสารพัดสไตล์ และร้านอาหารมากมาย ที่มีไว้บริการคนหนุ่มสาววัยรุ่นโดยเฉพาะ... หรือ ย่านคาสโตรอันเป็นชุมชนขนาดใหญ่มหึมาที่สุดในโลกใบนี้ ซึ่งได้รวบรวมประชากรชาวเกย์ ตุ๊ด กระเทยรถราง Muni บนถนน Castro เลสเบี้ยน และอีกสารพัดเพศสภาพที่ไม่ปกติในสังคมโลก มารวมไว้ใน Zoning เดียวกันได้อย่างสมานสามัคคี ราวกับจะบอกให้โลกรู้ว่าพวกเขายังมีพื้นที่ให้ยืนได้อยู่อย่างเต็มภาค ภูมิ...น่าเสียดายที่ภาพบางภาพ ซึ่งปรากฏขึ้นจริงบนถนนสายนี้ ผมไม่สามารถเปิดเผยในสื่อสาธารณะให้คุณผู้อ่านได้เห็นกับตา! 
ผู้ชายกับผู้ชายเดินจับมือกันข้ามถนนด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ผู้ชายแต่งกายเป็นหญิงเดินเปิดหน้าอกที่(ทำมาแล้ว)โชว์ให้นักท่องเที่ยวดูกลางถนนอย่างเต็มภาคภูมิ ผู้หญิง เปลี่ยนสภาพเป็นชาย (มีหนวดเครากับลูก กระเดือก) เดินจูงสุนัขพันธุ์ขนปุยข้ามถนน พร้อมวางท่ากร่างเหมือนจะบอกให้ชาวโลกรู้ว่า กูโครตแมน! และสุดท้ายคือภาพบาดตาบาดใจ ที่สุดในชีวิตของนักเดินทางท่องโลกชาวไทยอย่างผม นั่นก็คือ ผู้ชายวัยรุ่นสุดหล่อยันไปจนถึงวัยเกษียณชนิดปลดระวาง เดินแก้ผ้า!(ไม่ใส่อาภรณ์ใดๆ แม้แต่ชิ้นเดียว)อยู่บนถนนอย่างเฉิดฉายชนิดที่เรียกได้ว่าไม่มีตำรวจ หรือใครหน้าไหนกล้ามายุ่งมาจับเลยสักคน!!! Best Season 
เมืองซานฟรานซิสโกตั้งอยู่บนเนินเขาสูงในเขตมหาสมุทร แปซิฟิก มวลอากาศเย็นจึงปกคลุมตลอดเวลา สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แม้จะมีเมฆหมอกปกคลุมสลับกับท้องฟ้าโปร่งเป็นบางครั้ง 
How to go 
กรุงเทพฯ-ซานฟรานซิสโก มีสายการบินมากมายเดินทางไปถึง แนะนำ Korean Air สามารถแวะเที่ยว Transit Tour เต็มวันหรือครึ่งวันในกรุงโซลได้อย่างสะดวกสบายในราคาถูกมาก/EVA Air/Philippines Airlines ฯลฯ Where to stay แนะนำโรงแรม 2-5 ดาวในย่าน Down Town สามารถเริ่มต้นได้บนถนนสาย Market St./ลานตรง Union Square / และบริเวณหน้าทางเข้าซุ้มประตูมังกรตรง China Town
Eat & Drink 
เมืองซานฟรานซิสโกมีผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ รวมกัน จึงสามารถหาร้านอาหารประจำชาติต่างๆ รับประทานได้อย่าง หลากหลาย แนะนำร้านอาหารญี่ปุ่นใน Japan Town และย่าน The Castro / ร้านอาหารจีนใน China Town / ร้านอาหารอิตาเลียนใน Italian Town / ร้านอาหารไทย แนะนำ “ร้านเทพพนม” เป็นร้านไทยเก่าแก่มีชื่อเสียงมาก ในย่าน The Haight หรือร้านอื่นๆ อีกมากมายนับร้อยๆ ร้าน ซึ่งมีอยู่ ทั่วทุกพื้นที่ในเมืองซานฟรานซิสโก / และร้านอาหารเก๋ๆ ในสไตล์โมเดิร์น บริเวณย่าน The Castro / ไวน์เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของชาวซานฟรานซิสโก หรือชาวแคลิฟอร์เนีย หาดื่มได้ในทุกร้านอาหารที่มี License อนุญาตขาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 
Souvenirs 
สามารถเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมสุดหรูได้ทุกชนิดในราคาปกติ และราคา Sale บริเวณ Union Square ในเขต Down Town
Board: Travel
(1)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

ถนนสาย Haight

"ทำให้เสน่ห์อันสุด บรรเจิดของนครซานฟรานซิสโกเปล่งประกาย จนแทบลืมไปเลยว่าเรากำลังยืนอยู่ในประเทศ มหาอำนาจที่เต็มไปด้วยการก่ออาชญากรรม รุนแรง และกฎระเบียบมากมายทางกฎหมายที่ ใช้บังคับควบคุมผู้คนจากหลากหลายชาติพันธุ์ ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ ซึ่งก็หมายรวมถึง อดีตของตัวผมเองและคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ อาศัยอยู่ ณ ดินแดนแห่งนี้ ผลไม้สดหลากสีสันและไวน์แดงชั้นเลิศ อันเป็นสินค้าที่แสดงให้เห็นถึงความอุดม สมบูรณ์ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ร้านอาหาร สารพัดชาติ ตั้งแต่อเมริกัน เม็กซิกัน ฝรั่งเศส อิตาเลียน อียิปต์ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น ไทย ฯลฯ คลาคล่ำอยู่บนถนนสายอินดี้แห่งนี้ พร้อมจะให้ นักท่องเที่ยวได้เลือกหารสชาติอันถูกปากที่สุด ของตนเอง ร้านเสื้อผ้าเครื่องประดับในสไตล์ เด็กแนว ซึ่งจะหาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกแล้วใน ประเทศสหรัฐอเมริกา ถ้าไม่นับรวมในมหานคร นิวยอร์ก เพราะแนวสุดขีด ได้ใจหนุ่มสาวทุก Generation จริงๆ"
1 KEEP
Kullastree
1 LOVES
jitrada.pimsri
COMMENT