ค่ายเยาวชนเอ็กโกเขานำเด็กๆปีละเกือบ 100 คน เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในผืนป่าอินทนนท์ อยู่หลายวัน เริ่มจากการไป ตั้งค่ายกางเต็นท์นอนกันที่ค่ายพักแรมห้วย ทรายเหลือง ในเขตอุทยานฯ อินทนนท์ เรียนรู้ การกินอยู่อย่างเรียบง่ายพอเพียง จนเกิดความ สามัคคีในหมู่คณะ เกิดกระบวนการเรียนรู้เรื่อง ป่าต้นน้ำ
อินทนนท์ ยอดดอยสูงอันดับหนึ่งของไทยในจังหวัดเชียงใหม่ ภูเขาที่สูงเทียมเมฆ ถึง 2,565 เมตรเหนือน้ำทะเล มีปุยหมอกขาวและความหนาวเย็นห่มคลุม ชั่วนาตาปี ที่นี่คือป่าหิมพานต์เมืองไทยที่ใครๆ ให้ฉายาว่า “ป่าเมฆสูงสุด แดนสยาม” หรือ “ป่าหมอก” เป็นพงไพรอันงดงามที่ไม่ต่างจาก “ป่าต้นน้ำ” และโรงเรียนธรรมชาติขนาดมหึมา น่าเที่ยวชม น่าค้นหา น่าศึกษาเรียนรู้ใน ทุกฤดูกาล ไม่ต้องรอให้ถึงฤดูหนาวก็ได้ รีบเก็บกระเป๋าตามผมมา ผมจะพาคุณ ไปพบความมหัศจรรย์ของอินทนนท์! ปัจจุบันนี้ดอยอินทนนท์จึงได้รับการปกป้องไว้ในรูปแบบของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ส่วนยอดสุดมีลักษณะเป็นป่าดิบเขา (Hill Evergreen Forest) ที่เป็นสีเขียวแน่นทึบ คล้ายผืนพรม ของต้นไม้ใหญ่นานาชนิดที่มีเรือนยอดเรียงต่อกัน ไม้โดดเด่นคือ ต้นก่อ หรือที่ฝรั่งเขาเรียกต้นโอ๊กแต่ของไทยเราเป็นสายพันธุ์เมืองร้อน ลำต้นตรงขนาดใหญ่ ตามลำต้นมีพืชนานาชนิดขึ้นเกาะเกี่ยว อยู่ ทั้งเฟิน ไลเคน ฝอยลม หนวดฤๅษี กล้วยไม้ มอสส์ ฯลฯ เพราะป่าชนิดนี้ชุ่มชื้นสุดๆ สามารถดักเมฆหมอกให้กลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำ แล้วนำไปรวมกันไว้ให้เกิดสายน้ำลำธารหลากไหลได้ อย่างน่าอัศจรรย์ บางคนถึงขนาดตั้งฉายาน่ารักๆ ให้ป่าอินทนนท์ว่าเป็น “ต้นไม้ใส่เสื้อ” โดยเราสามารถเข้าไปเดินชมสิ่งเหล่านี้ได้ ในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกา และเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติกิ่วแม่ปาน อินทนนท์จึงเป็นป่าที่มีเสน่ห์ อีกทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ทั้งบ้านพักลานกางเต็นท์ ร้านอาหาร และเส้นทางชมธรรมชาติอย่างดี ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า” ของบริษัท EGCO Group หรือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ที่จัด ต่อเนื่องกันมานานถึง 15 ปี บนอินทนนท์ สามารถผลิตผู้นำเยาวชนไปแล้วไม่น้อยกว่า 2,600 คน เพื่อให้ช่วยกันเผยแพร่แนวคิด อนุรักษ์ป่าต้นน้ำผืนนี้ให้คงอยู่ตลอดไป เพราะ แน่นอนว่าลำพังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เพียงไม่กี่ร้อยคน กับงบประมาณจำกัด คงไม่สามารถรักษาผืนป่า กว้างขวางได้ทั่วถึง ประชาชนอย่างเราๆ ถึงแม้ จะเป็นคนปลายน้ำอยู่ในเมืองใหญ่ จริงๆ ก็ สามารถช่วยกันรักษาป่าได้ อย่างน้อยก็เรื่อง การทิ้งขยะ การประหยัดไฟฟ้า ประหยัดน้ำประปา และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด โลก ของเราก็จะสวยงามขึ้น เนื่องจากวิถีชีวิตในเมือง แท้จริงต้องใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ รองรับเป็นพื้นฐานทั้งนั้นเลยครับ ค่ายนี้เขามีการพาเด็กๆ ไปเดินชม ธรรมชาติ ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ระยะทาง 3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทาง ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติ เป็น เส้นทางที่มีผืนป่าสวยงาม ทิวทัศน์น่าตื่นตา และ เป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพสำคัญๆ ไว้มากมาย ความลับที่ซ่อนอยู่ในทะเลสีเขียวเบื้องหน้า อย่างในเรื่องของเฟินสามร้อยยอด ที่เป็นพืช โบราณอายุหลายร้อยล้านปี พืชตระกูลนี้แปลก ตรงที่ส่วนยอดจะแตกออกไปเรื่อยๆ เป็นหลาย แฉก ทอดเลื้อยออกไปตามพื้นดิน นับเป็น พืชคลุมดินที่สำคัญชนิดหนึ่ง หรือ Red Rhododendron ซึ่งเป็นพรรณไม้ หายากชนิดหนึ่งของไทย ออกดอกช่วงเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม บริเวณเส้นทางเดินเลียบ กิ่วแม่ปานพบได้มากมาย นอกจากความงามของธรรมชาติพงไพร พนาผืนป่าบนยอดดอยอันหนาวเย็น และ แหล่งต้นน้ำลำธาร ไม่น่าเชื่อเลยว่าภายในผืนป่า อินทนนท์หลายแสนไร่ ยังมี “ชุมชนคนต้นน้ำ” ที่อยู่อาศัยในพื้นที่นี้มากว่า 200 ปีแล้ว ก่อน ที่จะมีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเสียอีก พวกเขาคือพี่น้องชาวปกาเกอะญอ (ชาวกะเหรี่ยง) ซึ่งบรรพบุรุษอพยพมาจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน มาตั้งรกรากอยู่ในป่าอินทนนท์ ใช้ชีวิตด้วยการ ทำนาทำไร่ อาศัยน้ำฟ้าน้ำฝน เลี้ยงสัตว์ เก็บ ผลิตผลจากป่าทั้งเห็ด หน่อไม้ พืชสมุนไพร “ชุมชนบ้านสันดินแดง” ที่เยาวชนค่ายไทยรักษ์ป่าของ EGCO Group ได้เข้าไป เยี่ยมเยือน และกินอยู่กับชาวบ้านปกาเกอะญอ นานถึง 2 วัน 2 คืน 
ชาวปกาเกอะญอเป็นผู้ที่เข้าใจและรู้จัก ระบบนิเวศป่าอย่างลึกซึ้ง กินอยู่กับป่า ใช้ป่า อย่างรู้คุณค่า ใช้สอยควบคู่กับการรักษาผ่าน คำสอนจากรุ่นสู่รุ่น มีกฎของหมู่บ้านและจารีต ศีลธรรมประเพณีควบคุมอยู่ ทำให้ผู้คน เกิดความเคารพรักและขอบคุณสิ่งที่ป่าต้นน้ำ อินทนนท์มอบให้เสมอมา อาชีพหลักของชาว สันดินแดง คือการปลูกพืชหมุนเวียน รอบละ 5-10 ปี หมายถึงเมื่อปลูกข้าวหรือผลไม้ในพื้นที่ หนึ่งและเก็บเกี่ยวแล้ว ก็จะหมุนเวียนไปปลูก ในพื้นที่ใหม่ เวียนเป็นวงรอบ ปล่อยให้ผืนดินมี เวลาพักฟื้นคืนความอุดม When to go ท่องเที่ยวอินทนนท์ได้ตลอดปี แต่ฮิตสุดคือเดือน พฤศจิกายน-มกราคม 
How to go จากจังหวัดเชียงใหม่เดินทางโดยใช้เส้นทางถนนสาย เชียงใหม่-ฮอด (ทางหลวงหมายเลข 108) ผ่านอำเภอหางดงและอำเภอ สันป่าตอง ไปอำเภอจอมทอง ก่อนถึงอำเภอจอมทอง 2 กิโลเมตร เลี้ยว ขวาตามถนนสายจอมทอง-อินทนนท์ (ทางหลวงหมายเลข 1009) จะเริ่ม เข้าเขตอุทยานฯ อินทนนท์ ที่ กม. 8 (น้ำตกแม่กลาง) แล้วตัดขึ้นยอดดอย รวมระยะทางทั้งหมด 49.8 กิโลเมตร 
Where to stay บนดอยอินทนนท์มีบ้านพักเป็นหลัง ลานกางเต็นท์ และค่ายพักแรมห้วยทรายเหลืองของอุทยานฯ ไว้บริการ เป็นที่พักแบบ ง่ายๆ สำหรับทริปการมาศึกษาสัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ถ้านอนเต็นท์ กลางคืนอากาศหนาวมาก ต้องเตรียมถุงนอนกับผ้าห่มมาให้เพียงพอด้วย 
What to eat ที่ กม. 31 บนยอดดอยอินทนนท์ มีร้านอาหารเปิดเช้า ถึงเย็น ซื้อกินได้ทั้ง 3 มื้อ แต่ถ้าจะไปตั้งค่ายกางเต็นท์พักแรม หรือ เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ก็ต้องเตรียมเสบียงและน้ำไปให้พอ 
Souvenirs ของที่ระลึกอินทนนท์มีหลายอย่าง เช่น พืชผักผลไม้สดๆ ที่ชาวเขาปลูก มีแบบปลอดสารพิษด้วย หรือจะเป็นดอกไม้สวยๆ จาก โครงการหลวงก็มี บางคนชอบซื้อดอกกระดาษไปใส่แจกันแต่งบ้านครับ 
Informations อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร. 0-5328-6728-9, 0-5328-6730 / ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท EGCO Group (ค่ายเยาวชน ไทยรักษ์ป่า) โทร. 0-2998-5999 ต่อ 5132, 5136 หรือติดต่อคุณทัศนีย์ โท ร. 08-9898-8748, คุณพิณ โทร. 08-1816-3258 / ททท. สำนักงาน เชียงใหม่ โทร. 0-5327-6141
Board: Travel
(1)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

ค่ายเยาวชนเอ็กโกเขานำเด็กๆปีละเกือบ 100 คน เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในผืนป่าอินทนนท์

"อยู่หลายวัน เริ่มจากการไป ตั้งค่ายกางเต็นท์นอนกันที่ค่ายพักแรมห้วย ทรายเหลือง ในเขตอุทยานฯ อินทนนท์ เรียนรู้ การกินอยู่อย่างเรียบง่ายพอเพียง จนเกิดความ สามัคคีในหมู่คณะ เกิดกระบวนการเรียนรู้เรื่อง ป่าต้นน้ำ "
1 KEEP
Kullastree
1 LOVES
chiro.kung.1
COMMENT