ขอนแก่น จากดินแดนแตกระแหงสู่ความเจริญกลางโลกาภิวัฒน์ เมื่ออีสานกำลังแปรเปลี่ยนจากดินแดนแตกระแหงสู่ความเจริญกลางโลกาภิวัตน์ ขอนแก่นได้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางความทันสมัยอย่างเต็มรูปแบบ ตามไปพบกับหลากสีสันอันสดใสแห่งเมืองดอกคูน ที่ชวนให้ยิ่งหลงใหลไปไม่น้อยกว่ามุมเดิมที่คุ้นเคย
เราขับรถตระเวนไปตามถนนสายหลัก เห็นสิ่งปลูกสร้างมากมายไม่แพ้เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าขอนแก่นเปรียบเสมือนเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาและทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอีสาน แถมดูเหมือนจะเป็นแต้มต่อด้วยความเป็นเมืองใหญ่ รายล้อมด้วยจังหวัดขนาดเล็กและขนาดกลาง ทั้งกาฬสินธุ์มหาสารคาม อุดรธานี ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ และหนองบัวลำภู ทำให้หลากหลายธุรกิจแห่แหนเข้ามามะรุมมะตุ้มปักหลักลงทุน ขณะเดียวกันห้างสรรพสินค้าชื่อดัง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ธุรกิจแฟรนไชส์น้อยใหญ่ ร้านค้าอาคารพาณิชย์ ร้านอาหารก็มีเต็มไปหมดทั่วทุกหัวระแหงบอกถึงรูปแบบการใช้ชีวิตที่อาจเข้าใกล้สังคมเมืองไปทุกทีตามเรามาดีกว่าเพราะจะพาคุณไปซอกแซกขอนแก่นในอีกมุมที่อาจยังไม่เคยรู้
ART FROM THE HEART
ท่ามกลางแดดร้อนแรงจ้า หลังจากแวะสักการะพระธาตุแก่นนคร พระอารามหลวงวัดหนองแวงและได้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งชมงานศิลปะจากเจ้าหน้าที่ของหอศิลป์มหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ในอดีตถึงปัจจุบันได้ชัดเจนขึ้น จึงตัดสินใจเบี่ยงเส้นทางออกไปนอกตัวเมือง วิ่งตรงไปตามถนนมะลิวัลย์สายขอนแก่น-บ้านฝาง ตรงไปจนถึงทางแยกขวาเข้าบ้านสาวะถีมุ่งสู่วัดไชยศรี โดยแวะถามเส้นทางจากเจ้าถิ่นอยู่เป็นระยะ เมื่อมาถึงวัดดูเงียบสงบร่มรื่นตามวิถีอีสาน สิมหรือโบสถ์สถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฮูปแต้มผ่านรูปแบบงานศิลปะพื้นถิ่นอันเรียบง่ายตั้งโดดเด่นอยู่เบื้องหน้า ด้วยความบังเอิญ แม่ลา บุญมี หญิงชราวัย 80 กำลังเดินถือไม้เท้าพร้อมหิ้วปิ่นโตมาถวายเพลหลวงพ่อด้วยศรัทธาที่ยังเหนียวแน่น แกเอ่ยทักทายด้วยสำเนียงเสียงอีสานแบบเอ็นดูคนต่างถิ่น “มาเที่ยวเหรอ หรือมาเบิ่งอิหยัง” พร้อมกับชวนเรานั่งลงข้างๆ สิมแล้วชวนคุยไม่หยุด เมื่อเห็นเราเลิ่กลั่กลั่นชัตเตอร์ถ่ายภาพเขียนสีโทนฟ้า ขาวครามบนผนังนั่น แกก็เล่าให้ฟังว่าสิมหลังนี้อายุเป็นร้อยปี สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2443 ภาพวาดเป็นเรื่องราวพุทธประวัติเรื่องสังข์สินไชย บอกเล่าประเพณีคนอีสาน ทุกวันนี้มีกรมศิลปากรเข้ามาดูแล ห้ามไม่ให้มีการแต่งแต้มดัดแปลง
“ยายเข้าวัดเห็นสิมหลังนี้มาตั้งแต่เด็กๆ พอแต่งงานขนาดท้อง 5-6 เดือนก่อนไปทำนาก็ยังแวะมาวัด มาทุกวันไม่เคยเว้น ใจมันพาไป มาแล้วสบายใจ” พลางถอนหายใจยาวๆ แล้วบ่นว่าเดี๋ยวนี้บ้านเมืองเจริญขึ้น คนมีรถ ในเมืองมีห้างติดแอร์ให้เที่ยวให้เดิน คนก็พลอยห่างวัดกันไปทุกทีแต่ก็ยังดีที่ยังเห็นครูอาจารย์พาเด็กนักเรียนมาดูสิม เสาร์ อาทิตย์ก็มีนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาบ้างประปราย นั่งคุยอยู่พักใหญ่แล้วจึงขอตัวกลับเข้าตัวเมือง มุ่งสู่ Lakmuang Gallery หอศิลป์เอกชนแห่งแรกๆ ของเมืองขอนแก่น หอศิลป์แห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ ด้านหลังโชว์รูมตรงข้ามศาลหลักเมืองบนถนนศรีจันทร์ จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มอีสานพิมานกรุ๊ปตั้งแต่ พ.ศ.2554 ด้วยความตั้งใจให้เป็นแหล่งรวมพลศิลปินร่วมสมัยและศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์ของเมือง ห้องกระจกขนาดกลางฟากหนึ่งแปะโปสเตอร์งานที่ผ่านๆ มาเต็มผนัง จนกลายเป็นที่บังแดดไปด้วยในตัว “ตี้” และ “อาร์ต” สองบัณฑิตหนุ่มจากคณะศิลปกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์จากรั้วมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) นั่งประจำการคอยต้อนรับผู้มาเยือน แนะนำนิทรรศการของเชาวฤทธิ์ เตยขาว ศิลปินคนล่าสุดซึ่งเพิ่งนำมาแสดงไว้ ด้านนอกเป็นมุม Art Shop พื้นที่ปล่อยของงานแฮนด์เมดของศิลปินรุ่นใหม่และคณาจารย์ใน มข.ที่มีงานอดิเรกเกี่ยวกับงานประติมากรรมถัดไปอีกโต๊ะมีภาพวาด มีสูจิบัตร โปสต์การ์ด ภาพวาดงานปั้น ของประดิษฐ์ หนังสือ และวารสารซึ่งเกี่ยวข้องกับงานวรรณกรรมวางจำหน่ายอยู่จำนวนหนึ่ง มองผิวเผินเมื่องานวรรณกรรมวางจําหน่ายอยู่จํานวนหนึ่ง มองผิวเผินเมื่อ เทียบกับหอศิลป์อื่นๆ แล้ว แม้ที่นี่ไม่ได้ใหญ่โตมากนักแต่ก็ยังน่าดีใจที่อย่างน้อยก็ยังมีพื้นที่สำหรับคนรักงานศิลปะอีสานได้ออกมาโชว์ผลงาน โดยขาม จาตุรงคกุล อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นผู้ดูแล เชิญชวนเพื่อนพี่น้องมาจัดงานนิทรรศการอยู่สมํ่าเสมอ THE SIMPLE BEAUTY
จากอดีตถึงปัจจุบันขอนแก่นมีที่พักบริการหลายระดับตั้งแต่ห้องพักราคาย่อมเยาไปจนถึงโรงแรมระดับห้าดาว สำหรับคนกรุงหรือใครที่ติดอยู่ในกับดักของเวลาและความศิวิไลซ์ที่เป็นเพียงแค่เปลือก หากคุณต้องการบรรยากาศที่แตกต่าง ไม่ต้องวางตัววางมาด เพราะที่ “สุพรรณิการ์โฮม” บูติกโฮเต็ลแห่งแรกของจังหวัด ซึ่งเป็นที่รู้จักและคุ้นเคยกันดีจะต้อนรับคุณด้วยต้นไม้น้อยใหญ่เขียวครึ้มยั่วยวนใจ ห้องรับแขกของที่นี่จรุงด้วยกลิ่นหอมรัญจวนของดอกไม้นานาชนิด มีเสียงนกร้องทักทาย หลังคาเป็นร่มไม้มีต้นไม้เป็นผนัง ทั้งหมดผ่านรายละเอียดประดับของ “ครอบครัวเหล่าเราวิโรจน์” เนรมิตให้พื้นที่รกร้างค่อยๆ
ปรับสภาพเป็นสวนมะม่วงและต้นสุพรรณิการ์ ไม้ยืนต้นขนาดกลางทรงพุ่มโปร่งที่เข้าแถวเรียงรายอยู่ตรงปากทางเข้าบนพื้นที่กว่า 30 ไร่ใจกลางเมือง อาคารที่พักเปิดสายตาให้เราได้เห็นถึงความเขียวชอุ่มของพื้นที่แวดล้อมด้วยต้นไม้ มีพนักงานคนสวนคอยรดน้ำพรวนดินอย่างขะมักเขม้น ห้องพักที่นี่แทบทุกห้องหันออกไปชนวิวแม่น้ำ โดยเฉพาะห้องวิลลาและพูลวิลลาขนาดใหญ่โอ่โถง เตียงและหมอนดีไซน์ด้วยลวดลายของผ้าตามอัตลักษณ์อีสาน ในพื้นที่รีสอร์ตแบ่งเป็นโซนปลูกผักสวนครัวริมรั้ว โรงเพาะเห็ด มีจักรยานสำหรับปั่นในบริเวณชมธรรมชาติใกล้ๆ มุมศาลาไม้กลางสวนเหมาะกับนอนนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรด ไม่น่าเชื่อถึงจะเป็นที่พักที่ปลีกตัวเองออกมาไกลขนาดนี้ แต่กลับมีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติแวะเข้ามาพักไม่มีขาด เป็นไปได้ว่าสถานที่ซึ่งโอบล้อมด้วยธรรมชาติ ลำธารและแมกไม้อาจคือความเรียบง่ายที่ซ่อนตัวอยู่ ใครบางคนพยายามดิ้นรนเสาะหา …น่าจะหาโอกาส แวะมาที่นี่สักครั้ง
Vino Italasia คลังและคาเฟไวน์บาร์เพิ่งเปิดตัวได้ไม่ถึงขวบปีในตลาดต้นตาล แต่ได้รับคำตอบรับอย่างดีจากลูกค้า ที่นี่รวบรวมไวน์ชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งอิตาลีออสเตรเลีย ชิลี นิวซีแลนด์และฝรั่งเศส ส่วนใหญ่จะเลือกไวน์สายพันธุ์พื้นเมืองที่อบอวลด้วยอโรมา แทนนินนุ่มเบาเข้ากับอาหารไทย มีการจัด Wine Tasting สำหรับสมาชิกและลูกค้ากลุ่มโรงแรมและร้านอาหารบ่อยครั้ง คำบอกเล่าของพนักงานประจำร้านบอกต่อว่า นอกจากลูกค้าประจำซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติที่ชอบแวะมานั่งจิบไวน์ที่ร้านแล้ว กลุ่มไวน์คาเฟไม่ว่าจะเป็น Wine 22, Wine Blah Bar, Wine Together หรือแม้แต่คาเฟในโรงแรมทั้งที่เปิดใหม่และร้านอาหารที่มีชื่อเสียงต่างก็หันมาเอาใจลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น เราพิสูจน์คำบอกเล่าด้วยการลองตระเวนขับรถผ่านถนนสายต่างๆ ในช่วงคํ่าคืน ช่างเป็นหนังคนละม้วนอย่างเห็นได้ชัดกับช่วงกลางวัน ที่สำคัญไนต์ไลฟ์ของ
ขอนแก่นนั้นคึกคักครื้นเครงไม่แพ้ย่านทองหล่อเลยทีเดียว RELAXING ALL THE TIME
หากวนไปตามถนนสายต่างๆ ในเมืองขอนแก่น ลองไล่เรียงนับร้านกาแฟว่ามีกี่ร้าน ขนาดว่านิ้วที่มีอยู่รวมกับเพื่อนอีก 2-3 คนก็ยังช่วยนับไม่หวาดไม่ไหว ช่วง 2 ปีที่ผ่านมากระแสของการเปิดร้านอาหารคาเฟค่อยๆ เกิดขึ้นมากเป็นขบวน เรียกว่าหมดยุคดื่มดินกินแดดไปแล้ว คุณไก่-อรรถพล ชัยนันท์สมิตย์ เจ้าของ Café de’forest ชวนนั่งสนทนาจิบเอสเปรสโซเย็น ท่ามกลางเสียงเพลงบอสซาเคล้าเบาๆใต้เงาร่มไม้ใหญ่ในบรรยากาศสบายๆ ของคาเฟ ลดทอนความหงุดหงิดจากสภาพแดดร้อนเปรี้ยงของช่วงสาย ที่ก่อนหน้าแอบคิดอยากจะปีนขึ้นไปกระชากดวงอาทิตย์ให้ลับหายไปอยู่เนืองๆ แม้คุณไก่และคุณนก สุนทรี ธีภานุ ผู้เป็นภรรยาต่างไม่เคยมีประสบการณ์ทำร้านอาหารมาก่อน แต่ทั้งสองก็เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจที่ชัดเจน
มาตั้งแต่แรก จึงทำให้คาเฟแห่งนี้เป็นที่รู้จักของผู้คน อีกมุมไม่ไกลจากริมบึงแก่นนคร บนถนนศรีนวล อาคารพาณิชย์สองคูหาดึงสายตาด้วยกระจกสีและโลโกร้าน Slove u ที่นี่เป็นที่นัดพบของกลุ่มคนชอบเสียงเพลงและบรรยากาศแนวฮิปปี เฟอร์นิเจอร์เก่า ชั้นวางที่กองพะเนินไปด้วยหนังสือเล่มหนา มีโต๊ะให้เลือกมุมนั่งทั้งด้านในและด้านนอก ระหว่างสั่งชาอินเดียมาลองชิม คุณเอ-ชุณหกาญจน์ พลเสน สาวชาวกรุงเทพฯ เจ้าของร้านเล่าว่า พบรักกับสามี คุณ โก้-ภิญโญ นารานันทิกร กระทั่งลงหลักปักฐานอยู่ขอนแก่นตั้งแต่หลังจากเรียนจบศิลปกรรมที่ มข. เปิดกิจการ Slove u มาแล้วกว่า 4 ปี มีเพื่อนมิตรสหายเป็นฝรั่งต่างชาติและคนที่พูดจาในทำนองเดียวกัน
แวะมาเยี่ยมเยือนอยู่เป็นนิตย์ “ของตกแต่งในร้านมาจาก ความชอบส่วนตัว มีความรู้เกี่ยวกับงานอาร์ตบ้าง หยิบจับ นั่นผสมนี่ จนใครไปใครมาชอบทักว่าเราเที่ยวรอบโลก จริงๆ… เปล่าเลย ไปประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ นี่แหละ” ISAN IN STYLE
เชื่อเถอะว่าการทำธุรกิจให้ดีจากพลังสร้างสรรค์เราเองไม่ให้เป็นภาระหนักกับชีวิตนั้นทำได้ไม่ยาก เบญจมาศ ภาษี หรืออ้อม บัณฑิตจากรั้วศิลปากร ชาวมหาสารคามวัย 30 ต่อยอดผลงานจากผ้าไหมที่แม่ชอบสะสม ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่เคยมีประสบการณ์ออกแบบโปรดักต์ของที่ระลึกในร้านบูติกสุดฮิปบนเกาะมัลดีฟส์ ก่อนจะกัดฟันลองลุยงานสถาปนิกตามตำราที่เรียนมา แต่กลับค้นพบว่าไม่ใช่เส้นทางที่ชอบ จากนั้นได้สั่งสมความรู้งานโปรดักต์จากสินค้าในพื้นถิ่นหลากประเภทจากเครือโรงแรมหรูบนเกาะภูเก็ต บ่มวิชานักออกแบบมาได้ระยะใหญ่ จนตัดสินใจใหม่อีกครั้งด้วยเหตุผลง่ายๆ แต่ลึกซึ้งด้วยคำสั้นๆเพียงเพราะอยากกลับมาอยู่ใกล้แม่ จินตนาการจากความฝันต่อจิกซอว์ให้เป็นความจริง โดยมีผ้าไหมอีสาน ทั้งไหม
มัดหมี่และไหมโสร่งจากแหล่งที่ขึ้นชื่อในจังหวัด ดีไซน์เป็นผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ กระเป๋าทรงทันสมัย เคสไอโฟน หมอนอิง ชุดกระโปรง ผ้าคลุมไหล่กระเป๋าสะพาย กระเป๋าสตางค์ พวงกุญแจ กรอบรูปประดับ หมวกปีก หมวกแก๊บแฟชั่น ฯลฯ ตระเวนเลือกซื้อผ้าจากช่างทอ สเกตช์ออกแบบ ขึ้นแบบ คุมโทนสี เข้ากรุงไปวงเวียนใหญ่-สำเพ็งซื้อกระดุมและอุปกรณ์ตัดเย็บทุกอย่างด้วยตัวเอง จากนั้นส่งต่อให้ช่างมีฝีมือที่คุ้นเคยเย็บงานให้ด้วยความประณีต จัดดิสเพลย์ ตกแต่ง ทำเวบและสร้างแฟนเพจในเฟซบุ๊ก จนลงตัวเป็นเจ้าของธุรกิจแบรนด์มหาศาล อีสาน บูทีค พูดได้เต็มปากว่าทำทุกอย่างเองกับมือ “ความภูมิใจแทบน้ำตาไหล จังหวะแรกคือการได้เห็นโปรดักต์ตัวเองออกมาเป็นรูปร่าง หาข้อมูลไปคุยกับชาวบ้านผ้าบางผืนไปขอตัดมาจากกี่เลย สิ่งสำคัญคือเราได้เข้าไปเห็นคนทอผ้าแต่ละคน อายุเยอะแล้วทั้งนั้น คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยไปสานต่อ บางคนบ่นว่าผ้าไหมแพง แต่อยากให้รู้ว่ามันสมราคา บางทีมันเกินราคาด้วยซํ้า กว่าจะเสร็จสักผืน”
สารภาพเลยว่ารู้สึกอิ่มอย่างบอกไม่ถูก เมื่อได้ฟังแรงบันดาลใจไซซ์ใหญ่จากคนทั้งสอง และเต็มใจอุดหนุนสินค้าโดยไม่กล้าเอ่ยปากต่อราคาแม้แต่บาทเดียว เพราะนั่นคือราคาที่อาบเหงื่อต่างน้ำ และยิ่งทำให้นึกถึงนวนิยายซีไรต์“ลูกอีสาน” อันเลื่องชื่อของคุณคำพูน บุญทวีที่ถ่ายทอดความเป็นเลือดนักสู้ของคนอีสานได้ลึกซึ้งชัดเจน ว่าเป็นสิ่งที่คงเหลือตกทอดและไม่มีวันขาดหาย
ทั้งหมดนี้…คืออีกมุมของขอนแก่นที่กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงผ่านการแต่งแต้มจากผู้คนร่วมสมัย เป็นเมืองหลวงของอีสานที่ค่อยๆ อ้าแขนต้อนรับผู้คนไม่ว่าจากที่ไหนแห่งใดในโลกก็ตาม
Board: KHON KAEN
(3)
Share
LonelyPlanet
Keep by LonelyPlanet
1859
FOLLOWER

ขอนแก่น จากดินแดนแตกระแหงสู่ความเจริญกลางโลกาภิวัฒน์

"เมื่ออีสานกำลังแปรเปลี่ยนจากดินแดนแตกระแหงสู่ความเจริญกลางโลกาภิวัตน์ ขอนแก่นได้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางความทันสมัยอย่างเต็มรูปแบบ ตามไปพบกับหลากสีสันอันสดใสแห่งเมืองดอกคูน ที่ชวนให้ยิ่งหลงใหลไปไม่น้อยกว่ามุมเดิมที่คุ้นเคย
เราขับรถตระเวนไปตามถนนสายหลัก เห็นสิ่งปลูกสร้างมากมายไม่แพ้เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าขอนแก่นเปรียบเสมือนเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาและทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอีสาน แถมดูเหมือนจะเป็นแต้มต่อด้วยความเป็นเมืองใหญ่ รายล้อมด้วยจังหวัดขนาดเล็กและขนาดกลาง ทั้งกาฬสินธุ์มหาสารคาม อุดรธานี ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ และหนองบัวลำภู ทำให้หลากหลายธุรกิจแห่แหนเข้ามามะรุมมะตุ้มปักหลักลงทุน ขณะเดียวกันห้างสรรพสินค้าชื่อดัง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ธุรกิจแฟรนไชส์น้อยใหญ่ ร้านค้าอาคารพาณิชย์ ร้านอาหารก็มีเต็มไปหมดทั่วทุกหัวระแหงบอกถึงรูปแบบการใช้ชีวิตที่อาจเข้าใกล้สังคมเมืองไปทุกทีตามเรามาดีกว่าเพราะจะพาคุณไปซอกแซกขอนแก่นในอีกมุมที่อาจยังไม่เคยรู้"
1 KEEP
LonelyPlanet
3 LOVES
tanny4u
atitayaa
Tametame
COMMENT