กรุ่นกลิ่นกาลเวลา อยุธยาพาเพลิน เมื่อมองเห็นซากปรักหักพังครั้งนี้ผมไม่ได้เห็นเพียงภาพสงคราม ภาพวัง แต่เห็นความคึกคัก การค้าขาย ภาพชีวิตและภาพของอยุธยาในแผนที่โลกยุคนั้น ประวัติศาสตร์เติมเต็มความเข้าใจให้เราได้จริงๆ
อยุธยาวันนี้ไม่คึกคักเหมือนสมัยที่ผมเป็นเด็ก อาจ ด้วยวัยที่ล่วงเลยไปเยอะแล้วก็เป็นได้ จึงเห็นภาพอะไร ไม่ตื่นตาเหมือนอย่างเคย เรานั่งรอพี่ดาวมารับที่สถานีรถไฟ ไม่นานเท่าไรพี่ดาวก็ควงจักรยานคู่ใจมารับ “อ้อมนิดนึงนะ จะพาลงเรือไปบ้านฮอลันดา” ผมพยักหน้ารับ แล้วออกปั่น ตามกันไปเป็นขบวน เราปั่นเลาะไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างนั้น ลมเย็นๆ พัดมา เมื่อสูดหายใจลึกเข้าไปจนสุดปอด หาก เปรียบความรู้สึกเป็นกลิ่นหอมคงเป็นกลิ่นอบเชย หอมหวน …เชื่องช้า แต่ตราตรึง บ้าน ฮอลันดาตั้งอยู่เลยวัดพนัญเชิงไปเล็กน้อย คั่นกลางด้วย คานเรือศรีเจริญ แต่นั่นคือทางบก วันนี้เราจะไปทางเรือ “ชาวฮอลันดาเขามาอยุธยากันทางเรือ เราก็ควรจะเข้าไป ทางเรือนะ” พี่ดาวบอกกล่าวยิ้มๆ เราลงเรือที่ป้อมเพชร (หลังจาก ปั่นผิดไปลงท่าวัดขุนพรหม) บอกคนเรือให้ไปบ้านฮอลันดา เรือก็ออกจากท่าข้ามฟากพาเรามาส่งที่ท่าเรือเก่าของบ้าน ฮอลันดา ผมเดินชมพิพิธภัณฑ์ที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่ก็มากพอจะเห็นภาพบรรยากาศน่าสนุกที่กำลัง จะเกิดขึ้นหลังเปิดให้บริการ หลังจากนั้นเราก็มานั่งเล่นกันที่สนามหญ้า พี่ดาวเล่าถึงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ ชาวฮอลันดาในอโยธยาให้ฟัง หลายๆ เหตุการณ์นั้นสนุกชวนติดตาม และหลายๆ เหตุการณ์ก็อยู่ในหนังสือ เรียนสมัยประถมและมัธยมซึ่งเคยฟังมาแล้ว แต่ครั้งนี้สนุกกว่ามากมายนัก ถ้าถามว่าต่างกันตรงไหน คงต่างที่มุมมองอันหลากหลาย เพราะมีทั้งจากคนอโยธยาหรือจากชาวฮอลันดาเอง การค้าขาย ความ สัมพันธ์ทางการทูต รวมถึงผนวกเอาแนวคิดจากปัจจุบันเข้าไปด้วย เกิดเป็นข้อเปรียบเทียบให้ขบคิด หาคำตอบ นี่เองที่เป็นข้อเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งจะชวนให้คนรู้จัก “คิด” และ “ตีความ” ผ่านการรับรู้ ในข้อเท็จจริงจากหลากหลายที่มาด้วยตัวเอง ติดกับบ้านฮอลันดา ผมพบคานเรือศรีเจริญ อู่ซ่อมเรือเก่าแก่ของอยุธยา มีคำกล่าวว่า นักเลง สมัยก่อนหากผ่านอยุธยาต้องแวะมาดื่มที่คานเรือก็เห็นจะจริงเพราะการเดินทางสมยัก่อนนั้นใช้เรือเป็นหลัก ทุกคนจึงน่าจะต้องแวะผ่านที่นี่อย่างหลบเลี่ยงไม่ได้ ผมเดินเข้าไปบริเวณอู่ การซ่อมแซมบูรณะยังคงใช้ วิธีการอย่างสมัยก่อน เช่น ขัดแต่งท้องเรือให้ดีเสียก่อน ใช้เชือกป่านชุบเทียนแล้วตอกอัดด้วยลิ่มลงไป ในรอยต่อ เชือกกับเทียนอัดแน่นดีแล้วจึงชันยาทับลงไป บ้างก็บรรจงลงสีด้วยพู่กัน เกิดเป็นลายตามแต่ เจ้าของจะสั่งมา แต่ที่น่าสังเกตคือ เรือโบราณทุกลำจะมีตา ยิ่งผนวกกับคานเรือที่มีเรือมารอซ่อมอยู่นับร้อยลำแล้ว ตาทุกคู่ของเรือแต่ละลำจึงเหมือนจับจ้องมาที่พวกเรา ยังกับหลงเข้ามาในถิ่นนักเลงจริงๆ ตกเย็น เราทั้งคณะออกปั่นไปทั่วเกาะอยุธยา น่าแปลกที่มุมมองที่มีต่ออยุธยาของผมต่างไปจากเคย เมื่อมองเห็นซากปรักหักพัง ครั้งนี้ผมไม่ได้เห็นเพียงภาพสงคราม ภาพวัง แต่เห็นความคึกคัก การ ค้าขาย ภาพชีวิตและภาพของอยธุยาในแผนที่โลกยุคนั้น ประวัติศาสตร์เติมเต็มความเข้าใจให้เราได้จริงๆ การปั่นจักรยานครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยรายละเอียดและสนุกกว่าทุกครั้งที่ได้มาอยุธยา ก่อนจะจากลา พี่ดาว ยังให้ยืมหนังสือมาอีกสองเล่มไว้อ่านระหว่างนั่งรถไฟกลับ คือ “Van Vliet’s Siam” และ “A Traveler in Siam in the Year 1655” นับว่าเป็นของหวานส่งท้ายที่เต็มอิ่มจริงๆ กับทริปนี้ อยุธยาเมืองเก่า..ในมุมมองใหม่
(4)
Share
BaanLaeSuan
Keep by BaanLaeSuan
5378
FOLLOWER

กรุ่นกลิ่นกาลเวลา อยุธยาพาเพลิน

"เมื่อมองเห็นซากปรักหักพังครั้งนี้ผมไม่ได้เห็นเพียงภาพสงคราม ภาพวัง แต่เห็นความคึกคัก การค้าขาย ภาพชีวิตและภาพของอยุธยาในแผนที่โลกยุคนั้น ประวัติศาสตร์เติมเต็มความเข้าใจให้เราได้จริงๆ"
1 KEEP
BaanLaeSuan
4 LOVES
tleaha
krusunee.tianpungwian
nsckawtu.yusuk
Jannapaa
COMMENT
SQUARE