เส้นของสายน้ำกับความไวชัตเตอร์  เพี่อให้สายน้ำดูมีรายละเอียดและรูปทรงขึ้นหรือลองถ่ายเจาะ (Crop) เฉพาะบางส่วนของตัวน้ำดก ใช้ความไวชัตเตอร์ต่ำบ้าง สูงบ้าง แล้วนำมาเปรียบเทียบกันดูว่าภาพไหนดีกว่ากัน สำคัญที่ว่าสวยถูกใจเป็นไปตามที่เราตองการหรือไม่ และภาพที่นำมาลงในคอลัมน์ “หลังกล้องท่องเที่ยว” ฉบับนี้ ผมก็ใช้วิธีตามที่เขียนมาข้างต้น จะขอพูดถึงสถานที่ก่อน โดยปกติน้ำตกทางภาคอีสานจะมีลักษณะคล้าย ๆ กัน คือมีลักษณะเป็นหน้าผาตัด แล้วน้ำก็ตกลงมาตรง ๆ สูงหรือต่ำก็ขึ้นอยู่กับแต่ละที่จะไม่ค่อยมีรายละเอียดของชั้นหินบริเวณที่น้ำตกลงมามากนัก เรียกว่าไม่ค่อยสวยสักเท่าไรเมื่อเทียบกับน้ำตกในภาคอื่น ๆ ยิ่งถ้าน้ำตกไหลแรงและมีปริมาณมาก ก็จะยิ่งมีสีขาว ขาดรายละเอียดและรูปทรงมากขึ้นเท่านั้น ผมจึงใช้วิธีถ่ายเจาะเฉพาะบางส่วนที่พอมีรายละเอียดของชั้นหิน ประกอบกับมีกลุ่มเด็กนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำตกเข้ามาเป็นองค์ประกอบ ช่วยให้ภาพดูมีชีวิตยิ่งขึ้น

NOTE

 เด็ก ๆ กำลังสนุกกับสายน้ำในบริเวณน้ำตกเจ็ดสี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จังหวัดบึงกาฬ บันทึกภาพด้วยกล้อง Nikon D700เลนส์ ๒๔-๗๐ มิลลิเมตร ซูมช่วง ๗๐ ช่องรับแสง ๑๔ ความไวชัตเตอร์ ๑/๑๖ วินาที ใช้ขาตั้งกล้อง สวมฟิลเตอร์ PL ตั้งค่าความไวแสงที่ ๒๐๐ ISO ไฟล์ NEF (RAW)
การถ่ายภาพน้ำตกหรือสายน้ำเล็ก ๆ นอกจากเราต้องการเน้นความงดงามของสถานที่นั้น ๆ แล้ว การลองหามุมของภาพที่ดูแปลกตา ตลอดจนการใช้ความไวชัตเตอร์ที่ต่างกัน ยังทำให้เราได้ภาพที่แตกต่างกันไปอีกด้วย เช่น การใช้ความไวชัตเตอร์ต่ำเพื่อเน้นความนุ่มนวลของสายน้ำ หรือการใช้ความไวชัตเตอร์สูงเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของสายน้ำ ทั้งนี้ก็ด้องขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่ด้วยว่าจะมีมุมให้ได้ลองถ่ายภาพลักษณะที่กล่าวมาหรือไม่  เช่น น้ำตกที่มีขนาดใหญ่ มีน้ำไหลลงมามาก ๆ การใช้ความไวชัตเตอร์ต่ำมาก ๆ อาจจะไม่ค่อยเหมาะนัก เพราะโดยปกติสายน้ำมีสีขาวอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ดูขาวโอเวอร์ ขาดรายละเอียด เสียรูปทรงไปเลย เราอาจใช้วิธีเพิ่มความไวชัตเตอร์ให้สูงขึ้น


NOTE 

ใบไม้และธารน้ำตกตาดโพธิ์ อุทยานแห่งชาติภูลังกา จังหวัดบึงกาฬ บันทึกภาพด้วยกล้อง Nikon D700เลนส์ ๒๐ มิลลิเมตร ช่องรับแสง ๑๖ ความไวชัตเตอร์ ๑/๔๐ วินาที ส่วนฟิลเตอร์โคลสอัพ 6T ของ Nikon คงค่าความไวแสงที่ ๒๐๐ ISO ไฟล์ NEF (RAW)  สิ่งที่ต้องทำก็คือการควบคุมความไวชัตเตอร์ เช่น ภาพที่ ๒ ใช้ความไวชัตเตอร์ ๑/๒๐ วินาที เพราะต้องการให้สายน้ำดูนุ่มนวล ไม่แข็งมากจนเกินไป แต่ต้องรอจังหวะที่เด็กทั้งหมดหยุดนิ่งจึงกดชัตเตอร์ ส่วนภาพที่ ๑ ใช้ความไวชัตเตอร์ ๑/๖๐ วินาที เพื่อหยุดความเคลื่อนไหวของสายน้ำ คุมความไวชัตเตอร์ให้เร็วหรือช้าตามจังหวะของกลุ่มเด็กนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ก็ได้ภาพไปอีกอารมณ์ ภาพหน้าซ้ายผมใช้เลนส์ ๒๐ มิลลิเมตร ใส่ฟิลเตอร์โคลสอัพ 6T Nikon จะเป็นเหมือนเลนส์มาโครมุมกว้าง ลักษณะเด่นก็คือ จะชัดเฉพาะจุดที่อยู่ใกล้ ๆ ที่เราต้องการ ถึงเราจะปรับโฟกัสไปไกลสุด (Infinity) 

NOTE

เด็ก ๆ กำลังสนุกกับสายน้ำในบริเวณน้ำตกเจ็ดสี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จังหวัดบึงกาฬ บันทึกภาพด้วยกล้อง Nikon D700 เลนส์ ๒๔-๗๐ มิลลิเมตร ซูมช่วง ๗๐ ช่องรับแสง ๑๑ ความไวชัตเตอร์ ๑/๒๐ วินาที ใช้ขาตั้งกล้อง สวมฟิลเตอร์ PL ตั้งค่าความไวแสงที่ ๒๐๐ ISO ไฟล์ NEF (RAW) รับแสงแคบสุดแล้วก็ตาม มันก็ยังคงชัดอยู่บริเวณใกล้ ๆ
(0)
Share
osotho
Keep by osotho
3132
FOLLOWER

เส้นของสายน้ำกับความไวชัตเตอร์

" เพี่อให้สายน้ำดูมีรายละเอียดและรูปทรงขึ้นหรือลองถ่ายเจาะ (Crop) เฉพาะบางส่วนของตัวน้ำดก ใช้ความไวชัตเตอร์ต่ำบ้าง สูงบ้าง แล้วนำมาเปรียบเทียบกันดูว่าภาพไหนดีกว่ากัน สำคัญที่ว่าสวยถูกใจเป็นไปตามที่เราตองการหรือไม่ และภาพที่นำมาลงในคอลัมน์ “หลังกล้องท่องเที่ยว” ฉบับนี้ ผมก็ใช้วิธีตามที่เขียนมาข้างต้น จะขอพูดถึงสถานที่ก่อน โดยปกติน้ำตกทางภาคอีสานจะมีลักษณะคล้าย ๆ กัน คือมีลักษณะเป็นหน้าผาตัด แล้วน้ำก็ตกลงมาตรง ๆ สูงหรือต่ำก็ขึ้นอยู่กับแต่ละที่จะไม่ค่อยมีรายละเอียดของชั้นหินบริเวณที่น้ำตกลงมามากนัก เรียกว่าไม่ค่อยสวยสักเท่าไรเมื่อเทียบกับน้ำตกในภาคอื่น ๆ ยิ่งถ้าน้ำตกไหลแรงและมีปริมาณมาก ก็จะยิ่งมีสีขาว ขาดรายละเอียดและรูปทรงมากขึ้นเท่านั้น ผมจึงใช้วิธีถ่ายเจาะเฉพาะบางส่วนที่พอมีรายละเอียดของชั้นหิน ประกอบกับมีกลุ่มเด็กนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำตกเข้ามาเป็นองค์ประกอบ ช่วยให้ภาพดูมีชีวิตยิ่งขึ้น
NOTE
เด็ก ๆ กำลังสนุกกับสายน้ำในบริเวณน้ำตกเจ็ดสี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จังหวัดบึงกาฬ บันทึกภาพด้วยกล้อง Nikon D700เลนส์ ๒๔-๗๐ มิลลิเมตร ซูมช่วง ๗๐ ช่องรับแสง ๑๔ ความไวชัตเตอร์ ๑/๑๖ วินาที ใช้ขาตั้งกล้อง สวมฟิลเตอร์ PL ตั้งค่าความไวแสงที่ ๒๐๐ ISO ไฟล์ NEF (RAW)"
1 KEEP
osotho
0 LOVES
COMMENT