การจะใช้แสงจากธรรมชาติหรือใช้แสงจากไฟแฟลช  ข้อนี้คงเป็นเรื่องของดินฟ้าอากาศของแต่ละวัน ภาพที่ถ่ายโดยใช้แสงจากธรรมชาติจะถ่ายได้ค่อนข้างง่าย สะดวก ไม่ยุ่งยากเหมือนใช้แสงจากไฟแฟลช แต่ภาพทั้งสองลักษณะก็มีข้อดีข้อด้อยไปคนละอย่าง

ภาพที่ ๓ เปิดช่องรับแสงให้กว้างขึ้นประมาณ ๕.๖ และถ่ายภาพให้กระชับเข้าไปอีก โดยเลือกโฟกัสที่กลีบดอกด้านหน้าสุด กลีบดอกด้านหลังก็จะไม่ชัดทำให้เกิดวงเหลี่ยมของหยดน้ำค้างมากมาย ช่วยเสริมให้ภาพดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
การถ่ายภาพมาโครถือเป็นงานที่ทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ภาพถ่ายแบบไม่มีที่สิ้นสุด ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละทริปที่เดินทางไปจะมีอะไรให้ถ่ายภาพกันมากแค่ไหน

ภาพที่ ๑ ใช้ช่องรับแสง ๑๔ เห็นได้ว่าฉากหลังเริ่มชัดขึ้น แก้ด้วยการถ่ายภาพให้กระชับขึ้นก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง ก็ทำให้ภาพของเราดีได้ตามต้องการเหมือนกัน อาจจะยุ่งวุ่นวายในการจัดแสงสักหน่อยเท่านั้นเอง สำหรับท่านที่ไม่ชำนาญเรื่องการใช้ระบบของไฟแฟลช ผมเขียนคร่าวๆใน “หลังกล้องท่องเที่ยว” เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๔ อ่านแล้วอาจทำให้สนุกกับการใช้ไฟแฟลชมากยิ่งขึ้น

ส่วนภาพที่ ๔ นำมาให้ชมกันเป็นตัวอย่าง เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่ค่อนข้างใหญ่ เวลาจะถ่ายต้องถอยออกมาไกลหน่อย ทำให้ควบคุมฉากหลังได้ค่อนข้างยาก ถึงจะใช้ช่องรับแสงที่ ๕.๖ ฉากหลังก็ดูยังมีความชัเ เท่ากับมาดึงสายตาไปจากจุดเด่น แก้ด้วยการพยายามหาฉากหลังที่มีสีสันเข้ามาช่วยเสริม เพื่อไม่ให้ฉากหลังดูรกเกินไป
(0)
Share
osotho
Keep by osotho
3132
FOLLOWER

การจะใช้แสงจากธรรมชาติหรือใช้แสงจากไฟแฟลช

"ข้อนี้คงเป็นเรื่องของดินฟ้าอากาศของแต่ละวัน ภาพที่ถ่ายโดยใช้แสงจากธรรมชาติจะถ่ายได้ค่อนข้างง่าย สะดวก ไม่ยุ่งยากเหมือนใช้แสงจากไฟแฟลช แต่ภาพทั้งสองลักษณะก็มีข้อดีข้อด้อยไปคนละอย่าง
ภาพที่ ๓ เปิดช่องรับแสงให้กว้างขึ้นประมาณ ๕.๖ และถ่ายภาพให้กระชับเข้าไปอีก โดยเลือกโฟกัสที่กลีบดอกด้านหน้าสุด กลีบดอกด้านหลังก็จะไม่ชัดทำให้เกิดวงเหลี่ยมของหยดน้ำค้างมากมาย ช่วยเสริมให้ภาพดูน่าสนใจยิ่งขึ้น"
1 KEEP
osotho
0 LOVES
COMMENT